เชื้อราแมวมีอาการอย่างไรได้บ้าง สามารถรักษาได้อย่างไร?
เชื้อราแมวหรือที่บางคนเรียกกันว่า กลากแมว เป็นโรคผิวหนังที่สามารถพบได้บ่อยในแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แมวเด็ก แมวอายุมาก แมวขนยาวโดยเฉพาะน้องแมวพันธุ์เปอร์เซีย บางตัวเลี้ยงอยู่ในบ้านเพียงตัวเดียวก็สามารถมีปัญหาผิวหนังจากเชื้อราแมวได้เนื่องจากเชื้อราเป็นจุลชีพที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมและอยู่บนผิวหนังอยู่แล้ว แต่หากเมื่อไหร่ที่ภูมิตก เครียด ร่างกายอ่อนแอ หรือมีปัญหาผิวหนังก็อาจทำให้เชื้อราเหล่านี้กลายเป็นเชื้อฉวยโอกาสและก่อโรคได้ค่ะ
เชื้อราแมวเกิดจากอะไร และติดต่อได้ไหม?
เชื้อราแมวเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes โดยเชื้อที่พบได้บ่อยในแมวคือ Microsporum canis ซึ่งเชื้อสามารถเจริญได้บริเวณผิวหนัง เส้นขน และเล็บ ทำให้เกิดอาการขนร่วงเป็นหย่อมหรือเป็นวง ผิวหนังแดง มีสะเก็ดและบางตัวอาจมีอาการคันร่วมด้วย
แม้โรคนี้จะไม่ใช่โรคที่รุนแรงในแมวส่วนใหญ่ แต่สามารถติดต่อไปยังสัตว์ตัวอื่นและคนได้ผ่านการสัมผัส จึงควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
สามารถตรวจเชื้อราแมวได้อย่างไร?
อาการขนร่วงหรือผิวหนังเป็นสะเก็ดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุเนื่องจากโรคผิวหนังหลายชนิดสามารถมีอาการคล้ายกันได้ การวินิจฉัยจึงควรทำโดยสัตวแพทย์ ซึ่งอาจเลือกใช้วิธีตรวจอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่
1. การใช้ไฟส่องเชื้อรา
การใช้แสงเฉพาะเพื่อช่วยคัดกรองเส้นขนที่อาจเรืองแสงจากเชื้อราบางชนิด ซึ่งหากพบว่ามีเชื้อรา บริเวณดังกล่าวจะเห็นเป็นสีเขียนเรืองแสง แต่วิธีนี้ไม่สามารถใช้ตรวจได้กับเชื้อราทุกชนิด การที่ส่องไฟแล้วไม่พบสีเขียวเรืองแสงไม่ได้แปลว่าไม่มีการติดเชื้อราเสมอไปค่ะ
2. ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
เป็นการนำตัวอย่างเส้นขนมาดูใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อหาลักษณะของเชื้อรา
3. การเพาะเชื้อรา
การนำตัวอย่างขนหรือสะเก็ดผิวหนังมาเพาะบนจานเพาะเชื้อเพื่อดูการเจริญของเชื้อรา วิธีนี้สามารถช่วยยืนยันการติดเชื้อได้ แต่อาจต้องใช้เวลารอผลอย่างน้อย 10-14 วัน
ยารักษาเชื้อราแมว ใช้อะไรได้บ้าง?
การรักษาเชื้อราแมวขึ้นอยู่กับความรุนแรง จำนวนและตำแหน่งของรอยโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของแมว
ในกรณีที่มีรอยโรคเฉพาะจุด คุณหมออาจพิจารณาใช้แชมพูยาสำหรับเชื้อราร่วมกับสเปรย์ฆ่าเชื้อหรือยาทาภายนอก เพื่อช่วยควบคุมเชื้อบริเวณผิวหนังและเส้นขน ส่วนแมวที่มีรอยโรคหลายตำแหน่ง เป็นเยอะหรือมีการแพร่กระจายของเชื้อ อาจจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราแบบรับประทานตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์
การเลือกยารักษาเชื้อราแมวควรพิจารณาจากเชื้อก่อโรค ความรุนแรงของโรคและสุขภาพของแมวแต่ละตัว ไม่ควรเลือกยาใช้เองจากลักษณะรอยโรคเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโรคผิวหนังหลายชนิดมีอาการคล้ายเชื้อรา นอกจากนี้การใช้ยาฆ่าเชื้อราเป็นระยะเวลานานควรมีการตรวจค่าตับเป็นระยะร่วมด้วยค่ะ
เชื้อราแมวรักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?
เชื้อราแมวสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หากน้องแมวยังมีปัจจัยที่เอื้อต่อการติดเชื้อ เช่น ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผิวหนังมีความผิดปกติหรือเกิดการติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงความเครียด นอกจากนี้ หากในบ้านมีแมวตัวอื่นที่ยังการติดมีเชื้อราและมีการสัมผัสหรือใช้พื้นที่ร่วมกัน ก็อาจทำให้น้องแมวติดเชื้อซ้ำได้เช่นกัน ดังนั้นแม้รอยโรคจะเริ่มดีขึ้นหรือขนเริ่มขึ้นแล้ว ก็ไม่ควรหยุดยาเอง ควรรักษาตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์แนะนำ และดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
หากในบ้านมีแมวหลายตัวและพบแมวตัวหนึ่งมีการติดเชื้อรา ควรสังเกตสัตว์ตัวอื่นร่วมด้วยเพราะบางตัวอาจมีเชื้อโดยยังไม่แสดงอาการที่ชัดเจนค่ะ
0 comments