โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคที่พบได้ในสุนัขทุกวัยและเป็นโรคที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้สุนัขป่วยรุนแรงจนเสียชีวิตได้แล้ว ยังเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนอีกด้วย
การแพร่เชื้อเกิดขึ้นผ่านทางปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ ซึ่งสามารถปนเปื้อนในน้ำหรือดินได้ เมื่อน้องหมาเดินหรือเล่นในบริเวณที่มีการปนเปื้อนเช่น ในน้ำ ดิน หรือพื้นที่ชื้นแฉะ เชื้อสามารถอยู่รอดได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยสุนัขมีโอกาสติดโรคฉี่หนูได้จากการดื่มน้ำหรือเล่นน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ เดินลุยน้ำท่วม น้ำขัง หรือพื้นที่เปียกชื้น สัมผัสปัสสาวะของสัตว์ป่วย อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีหนูจำนวนมาก ออกไปเดินเล่นในสวน ทุ่งนา หรือพื้นที่ธรรมชาติเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่ายในน้ำและดินที่เปียกชื้น
อาการของโรคมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงอันตรายถึงชีวิต โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
• ไข้สูง
• ซึม ไม่ร่าเริง
• เบื่ออาหาร
• อาเจียน
• ท้องเสีย
• ปวดกล้ามเนื้อ เดินเกร็ง ไม่อยากขยับตัว
• กระหายน้ำหรือปัสสาวะมากผิดปกติ
• ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะ
• ตัวเหลือง เหงือกเหลือง ตาเหลือง
หากไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจทำลายไตและตับอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะไตวาย ตับวาย หรือเสียชีวิตได้
โรคฉี่หนูสามารถติดต่อสู่คนได้ เจ้าของควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเชื้อสามารถแพร่จากปัสสาวะของสุนัขที่ติดเชื้อมาสู่คนได้ โดยเฉพาะหากมีแผลที่ผิวหนังหรือสัมผัสปัสสาวะโดยตรง
วิธีป้องกันโรคฉี่หนูสามารถทำได้โดย
• ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูตามคำแนะนำของสัตวแพทย์และฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปี
• หลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือน้ำขัง
• ไม่ปล่อยให้สุนัขเล่นน้ำท่วม หรือลุยน้ำสกปรก
• ควบคุมจำนวนหนูภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน
• รักษาความสะอาดของบริเวณที่เลี้ยงสัตว์
• หากสุนัขมีไข้ ซึม หรืออาเจียนหลังจากลุยน้ำ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
โรคฉี่หนูอาจเป็นโรคร้าย แต่หากป้องกันและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยให้น้องหมากลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างปกติได้ หากพบว่าน้องๆมีอาการผิดปกติ อย่าลังเลที่จะปรึกษาสัตวแพทย์หรือรีบพาน้องไปตรวจกับคุณหมอกันนะคะ
0 comments